เคล็ดลับสำหรับการเลือกอาหารที่บรรจุภัณฑ์เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

นักกีฬาฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาร่างกายและประสิทธิภาพทางกีฬาให้ดียิ่งขึ้น บางคนมีการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นไม่สามารถทำตามแผนสูตรเพื่อสุขภาพใดๆ ได้ทุกมื้อไป เป็นเพราะไลฟ์สไตล์ หรือทางเลือกของอาหารที่มีจำกัด วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการกินอาหารให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้นแบบไม่หักโหม และสามารถทำได้ง่ายๆ  

 

เช็คปริมาณน้ำตาล

 

น้ำตาลจากธรรมชาติที่พบในพวกผลไม้หรือผลิตภัณฑ์จากวัวนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่น้ำตาลที่เกิดจากการเติมเข้าไปในอาหารบรรจุสำเร็จหรือเครื่องดื่มบางประเภทอาจนำไปสู่น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นและปัญหาต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกับนักกีฬาที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก การดูให้เป็นว่าน้ำตาลที่อยู่ในอาหารนั้นมีมากเท่าไหร่ มาจากธรรมชาติหรือปรุงแต่งนั้นจึงเป็นเรื่องที่คุณต้องรู้

องค์กร World Health Organisation (WHO) นั้นแนะนำปริมาณน้ำตาลที่เพิ่มอยู่ในอาหารเพียง 5% ของปริมาณแคลอรี่ต่อวันเท่านั้น ซึ่งหมายถึง 100 แคลอรี่ หรือ 25 กรัมเท่าน้ันเอง การจะดูว่าน้ำตาลถูกเติมในอาหารนั้นมากน้อยแค่ไหนไม่ได้เป็นเรื่องที่หาข้อมูลได้จากฉลากโภชนการง่ายๆ มันจะถูกซ่อนอยู่ในชื่อยากๆ อย่างเช่น anhydrous dextrose, brown sugar, cane crystals, cane sugar, corn sweetener, corn syrup, corn syrup solids, crystal dextrose, evaporated cane juice, fructose sweetener, fruit juice concentrates, high-fructose corn syrup, honey, liquid fructose, malt syrup, maple syrup, molasses, pancake syrup, raw sugar, sugar, syrup หรือ white sugar. 

 

แล้วเอาเข้าจริงๆ น้ำตาลมันไม่มีต่อสุขภาพจริงๆ รึเปล่า

 

ว่ากันว่าคุณไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลในอาหารหรอก เพราะว่าในส่วนผสมทางธรรมชาติมันก็มีน้ำตาลเล็กน้อยอยู่แล้วในตัว นอกจากอาหารที่คุณกินนั้นเป็นอาหารประเภทไฟเบอร์หรือสารอาหารคุณภาพดี คุณก็อาจจะอะลุ้มอะหล่วยให้กับตัวเองได้บ้าง

 

ระวังปริมาณเกลือเอาไว้ให้ดี

 

ปริมาณสูงสุดในการรับประทานโซเดียมต่อวันนั้น เพียง 2,300 มิลลิกรัมเท่านั้น หรือประมาณหนึ่งช้อนชา ซึ่งอาหารแพ็คสำเร็จบางอย่างใส่ปริมาณเกลือมาก บางทีก็เป็นครึ่งหนึ่งของปริมาณแนะนำต่อวันเลยทีเดียว

เช็คปริมาณส่วนประกอบสำคัญด้วย

 

เพื่อให้การทานอาหารคลีนมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ควรเลือกอาหารในบรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้อยที่สุด นั่นหมายถึงกระบวนการในการผลิตน้อยและส่วนใหญ่จะดีต่อสุขภาพมากกว่าอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตที่มากมายยาวนาน

 

ส่วนประกอบสำคัญในอาหารจะถูกเรียงลำดับจากปริมาณมากไปน้อยเสมอ ดังนั้นคุณควรดูที่ส่วนประกอบ 3 บรรทัดแรกเพื่อจะบอกได้ว่าคุณกำลังกินอะไรอยู่ หากอาหารนั้นมีปริมาณส่วนประกอบสำคัญ 3 บรรทัดแรก เป็นสารให้ความหวาน หรือแป้งแบบไม่โฮลเกรน หรือน้ำมัน อาหารนั้นอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ

 

หลีกเลี่ยงพวกสารปรุงแต่งสีและรสชาติ

 

จริงๆ แล้วคุณควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่สารปรุงแต่งทุกอย่างมากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยเริ่มที่สีปรุงแต่งและสารปรุงแต่งรสชาติง่ายที่สุด “สี” ในอาหารนั้นถูกใช้เพื่อความสวยงานแต่ไม่ให้ประโยชน์ทางคุณค่าอาหารกับร่างกายในใดๆ เลย เช่นเดียวกัน “สารปรุงแต่งรสชาติ” ดังนั้นคุณควรจะเลือกที่จะไม่กินคัพเค้กที่มีน้ำตาลโรยสีฟ้า หรือสีผิดธรรมชาติอื่นๆ หรือเลี่ยงอาหารที่แต่งกลิ่นเลียนแบบ “นาโช่” หรือ “ชีส” ที่อยู่บนชั้นขายของ

ผมเชื่อว่าเทคนิคข้างต้นที่แนะนำไปนั้นไม่ยากเกินไปอย่างแน่นอน เพียงคุณรู้จักอ่านฉลากและรู้ว่าจะต้องดูอะไรบนฉลากบ้าง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที นอกจากคุณจะได้อาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นแล้ว มันยังทำให้คุณเข้าสู่วงจรการรักษาสุขภาพได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

 

นักกีฬาฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาร่างกายและประสิทธิภาพทางกีฬาให้ดียิ่งขึ้น บางคนมีการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นไม่สามารถทำตามแผนสูตรเพื่อสุขภาพใดๆ ได้ทุกมื้อไป เป็นเพราะไลฟ์สไตล์ หรือทางเลือกของอาหารที่มีจำกัด วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคการกินอาหารให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้นแบบไม่หักโหม และสามารถทำได้ง่ายๆ

 

Credit by โค้ชเจเจ - โค้ชจักรยานระดับมืออาชีพ ผู้คร่ำหวอดในวงการจักรยานมากว่า 35 ปี 
https://www.jjprocycling.com/th/2019/12/12/tips-for-picking-the-healthiest-packaged-foods-possible/

หากมีเคล็ดลับอยากแนะนำเชพเคน ส่งข้อมูลมาแบ่งปันให้เชฟเคนบ้างนะพี่น้อง ส่งเคล็ดลับของคุณ