เมื่ออะไรๆ ก็เป็น "กลูเต็นฟรี"

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ กระแสของอาหารไร้กลูเต็น หรือที่เรียกว่า "กลูเต็นฟรี" มาแรงอย่างมาก บางคนบอกว่าถ้าลดอาหารที่มีกลูเต็นลงได้ น้ำหนักก็จะลง ขณะที่บางคนเชื่อว่าอาหารที่มีกลูเต็นเป็นสาเหตุที่ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน และอีกหลายคนเชื่อว่ากลูเต็นในอาหารมีส่วนทำให้ยิ่งอยากอาหาร รวมถึงส่งผลให้ร่างกายลดการหลั่งสารอินซูลิน จนถึงตอนนี้ก็ยังคงมีงานวิจัยเกี่ยวกับผลของการบริโภคกลูเต็นที่มีต่อสุขภาพออกมาเรื่อยๆ ซึ่งความจริงก็คือ ถ้าคุณมีอาการแพ้กลูเต็น ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากข้าวสาลีหรือแป้งสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ข้าวทริทิเคลี มอลต์ บริเวอร์ยีสต์ (Brewer's Yeast) หรือข้าวโอ๊ตบางชนิด จะดีต่อสุขภาพของคุณที่สุด เพราะกลูเต็นอาจทำให้ลำไส้เสียหายได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในประเทศอังกฤษพบว่า มีประชากรเพียง 1% เท่านั้นที่มีปัญหานี้ ในขณะที่มีประชากรราว 22% ในอังกฤษที่นิยมอาหารไร้กลูเต็น

การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิด ๆ ในโลกโซเชียลมีส่วนเพิ่มปริมาณของผลิตภัณฑ์กลูเต็นฟรีในท้องตลาด มีคนจำนวนมากที่ซื้อและบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งในนั้น ลองดูข้อเท็จจริงที่น่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับกลูเต็นดู
1. อาหารกลูเต็นฟรีส่วนใหญ่มักให้แคลอรีสูงกว่าอาหารทั่วไป เนื่องจากการนำกลูเต็นออกจากอาหาร จะต้องมีการปรุงแต่งกลิ่นและรส โดยส่วนใหญ่แล้วจะทำให้แคลอรี่เพิ่มเข้าไปในอาหาร
2. อาหารกลูเต็นฟรีอาจมีปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมันสูงกว่า
3. อาหารกลูเต็นฟรีมักมีปริมาณส่วนผสมมากกว่าปกติ เพื่อทดแทนการใช้กลูเต็น
4. การงดอาหารที่มีกลูเต็นอาจทำให้ขาดสารอาหารบางชนิด อย่างวิตามินและใยอาหาร

หากคุณต้องการเปลี่ยนกิจวัตรในเรื่องการทานอาหาร แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญ หยุดเชื่อทุกอย่างที่เห็นบนโซเชียลมีเดีย เพราะหลายครั้งบทความหรือข่าวที่มีการเผยแพร่บนเว็บไซต์ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเสมอไป

 

หากมีเคล็ดลับอยากแนะนำเชพเคน ส่งข้อมูลมาแบ่งปันให้เชฟเคนบ้างนะพี่น้อง ส่งเคล็ดลับของคุณ