อาหารที่คุณกิน ส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือเปล่า

          ในปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคอาหารหลายคนอาจเปลี่ยนไป โดยกินอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และน้ำตาลมากขึ้น อาหารเหล่านี้มักอยู่ในรูปของเค้ก คุกกี้ และขนมหวาน รวมถึงอาหารปรุงสำเร็จที่ประกอบด้วย กะทิและเนื้อสัตว์ติดมัน เมื่อกินในปริมาณที่มากเกินไปและขาดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มและเสี่ยงเกิดโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ตามมาในระยะยาว

          ซึ่งในการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ เราควรจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ด้วยปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละวัย ดังนี้

1.โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว เป็นสารอาหารอาหารที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนื้อ ฮอร์โมน แต่ถ้าหากได้รับประทานโปรตีนมากไปจะทำให้ น้ำหนักขึ้น การขับถ่ายผิดปกติ ภาวะขาดน้ำ อาการชัก และความเสี่ยงในโรคที่เกี่ยวกับไต

2.คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของมนุษย์ ช่วยให้พลังงานและความร้อนแก่ร่างกาย  และยังช่วยเก็บโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด แต่คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดภาวะโรคอ้วนได้

3.เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง  เช่น  กระดูก  ฟัน  เลือด  บางชนิดเป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่นฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ เป็นต้น นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ เช่น ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท  การแข็งตัวของเลือด และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย แต่หากได้รับเกลือแร่บางชนิดมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดภาวะผิดปกติต่อร่างกายได้เช่นกัน

4.วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ เพราะจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่าง ๆ ได้เช่นกัน  ประโยชน์ของวิตามินคือบำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น  บำรุงสุขภาพปาก  เหงือก  และฟัน ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ แต่หากได้รับวิตามินบางชนิดมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดภาวะผิดปกติต่อร่างกาย

5.ไขมัน มีหน้าที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย มีส่วนประกอบหลักคือไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) มีประโยชน์ช่วยให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย แต่หากได้รับไขมันมากเกินไปจะทำให้เกิด โรคอ้วน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และโรคกระดูกเสื่อม

          ถึงแม้ว่าสารอาหารทั้ง 5 หมู่จะมีความสำคัญแต่จำเป็นจะต้องมีการควบคุมโภชนาการให้พอดีทั้งชนิดและปริมาณอาหารที่กิน เพื่อลดการเกิดภาวะผิดปกติของร่างกาย โดยทางกรมอนามัยได้ใช้แบบจำลองอาหาร หรือที่รู้จักกันคือ เมนู 2:1:1 ซึ่งแบ่งจานอาหารออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน โดย 2 ส่วน หรือครึ่งหนึ่งของจานเป็นผักชนิดต่าง ๆ ผักสด หรือผักสุกทุกชนิดมากกว่า 2 ชนิดขึ้นไป (เกลือแร่หรือแร่ธาตุ และวิตามิน) อีก 1 ส่วนของจานเป็นกลุ่มข้าว/แป้ง (คาร์โบไฮเดรต และวิตามิน) และอีก 1 ส่วนของจานที่เหลือ เป็นกลุ่มอาหารเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ ถั่วเมล็ดแห้ง (โปรตีน และไขมัน)

          นอกจากการกินอาหารด้วยการแบ่งสัดส่วนชนิดให้ถูก 2:1:1 ครบทุกมื้อแล้ว ยังควรควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวันให้ตรงกับที่ร่างกายต้องการ โดยวัยเด็ก(อายุ4-8ปี) ควรได้รับพลังงาน 1,700 kcal/วัน และวัยผู้ใหญ่(อายุ 9 ปีขึ้นไป) ควรได้รับพลังงาน 2,000 kcal/วัน และควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 10-30 นาที เพื่อเผาผลาญพลังงานและสร้างสุขภาพดีให้กับตนเองด้วย

          เพราะคุณภาพชีวิตของคุณมีความสำคัญ ซีพีเอฟจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริม “กินอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคำมีความหมาย” ต่อคุณมากยิ่งขึ้น